เลือกอย่างไร ถ้าไม่เคยนอนที่นอนยางพารามาก่อน


ที่นอนยางพาราในแต่ละยี่ห้อแต่ละแบรนด์นั้น มีความเหมือนกันอยู่เพียงข้อเดียวคือ ไม่มีสปริง แต่ในเรื่องของผิวสัมผัสหรือฟิลลิ่งในการนอนอาจไม่เหมือนกัน เนื่องจากแตกต่างกันที่ค่าความหนาแน่นของยางหรือที่เรียกกันว่าค่า Density


สำหรับท่านที่เคยนอนที่นอนสปริงมาก่อน และต้องการเปลี่ยนมาเป็นที่นอนยางพารานั้น วิธีการเลือกความหนาแน่นของที่นอนยางพารา ให้ดูจากที่นอนเดิมเป็นหลัก ไม่ควรเลือกที่นอนที่มีความนุ่มแตกต่างไปจากเดิมมากนัก หากที่นอนเดิมของท่านออกแข็งก็ควรเลือกที่นอนยางพาราที่มีค่าความหนาแน่นสูงหน่อย ประมาณ 100-110 กก./ลบ.ม. แต่หากที่นอนสปริงเดิมของท่านนุ่มและนอนแบบนี้ไม่ได้มีปัญหา ให้เลือกที่นอนที่มีค่าความหนาแน่นประมาณ 85-95 กก./ลบ.ม. และโดยปกติสำหรับการเปลี่ยนที่นอนใหม่นั้นอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อยประมาณ 1 สัปดาห์ หลังของเราจึงจะปรับตัวได้และนอนหลับสบายยิ่งขึ้น


สำหรับเรื่อง “กลิ่น” นั้น ว่ากันว่าเวลาซื้อที่นอนยางพารามาใหม่ๆ มักจะได้กลิ่นอ่อนๆ จากยางพาราซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ โดยกลิ่นจะค่อยๆ จางหายไปเองเมื่อใช้ไปสักพัก แนะนำให้วางที่นอนหรือหมอนยางพาราในจุดที่อากาศถ่ายเทสะดวก เปิดห้องให้มีการระบายอากาศ ประมาณ 2 สัปดาห์กลิ่นก็จะค่อยๆจางหายไป ที่สำคัญห้ามนำที่นอนยางพาราไปตากแดดโดยตรง จะทำให้มีกลิ่นแรงขึ้นและทำให้เนื้อยางพาราเสียหายจากความร้อนได้


ที่นอนยางพาราแท้ทั้งก้อนนั้นมีราคาค่อนข้างสูง สำหรับผู้ที่มีงบประมาณจำกัด อาจมองหาเป็นที่นอนยางพาราแบบบาง หรือที่เรียกกันว่า Topper ก็ได้ โดยท็อปเปอร์ที่มีความหนาประมาณ 4 นิ้ว ก็มีความหนาอยู่ในระดับที่สามารถให้ความยืดหยุ่นได้ดีใกล้เคียงกับที่นอนหลังใหญ่ ซึ่งยังเหมาะกับผู้ที่ไม่ต้องการที่นอนที่หนักจนเกินไปนัก หมดปัญหาในการเปลี่ยนผ้าปูที่นอนอีกด้วย

0 views

16  Soi Bang Na 4, Bang Na Trad road, Khet Bang Na, Bangkok, Thailand 10260

  • FULL COLOR ICON (2)_3x
  • Facebook Social Icon