เลือกอย่างไร ถ้าไม่เคยนอนที่นอนยางพารามาก่อน

Updated: Sep 5


ปัจจุบันที่นอนยางพาราเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นที่นอนที่ดีที่สุด ที่ตอบโจทย์ในการบรรเทาอาการปวดหลัง ที่นอนยางพาราแท้จะมีความยืดหยุ่นสูงแต่ก็มีความคงทน มีอายุการใช้งานยาวนานนับ 10 ปี โดยไม่ต้องกังวลกับการพลิกที่นอนบ่อยๆ แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อย ที่ยังไม่ทราบว่า การเลือกที่นอนยางพาราให้เหมาะสมกับตัวเองนั้น จะต้องคำนึงถึงค่าความหนาแน่นของที่นอน หรือ ที่เรียกกันว่าค่า Density เป็นหลัก ซึ่งค่า Density นั่นเองที่ทำให้ที่นอนยางพาราแท้ในแต่ละยี่ห้อ มีผิวสัมผัสและฟิลลิ่งที่แตกต่างกัน


ค่า Density คืออะไร?

Density หรือค่าความหนาแน่นของที่นอน คำนวณจากการนำที่นอนไปชั่งน้ำหนักและนำมาหารด้วยปริมาตรของที่นอน จะได้หน่วยเป็น กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยค่า Density ของที่นอนยางพาราโดยทั่วไปจะนิยมผลิตกันที่ 75 – 110 kg/m3 ที่นอนยางพาราที่มีค่า Density ต่ำ จะมีน้ำหนักเบากว่า นุ่มกว่า ส่วนที่นอนที่มีค่า Density สูงๆ จะมีน้ำหนักมาก เนื่องจากใส่น้ำยางพาราที่เป็นวัตถุดิบตั้งต้นมากกว่า ส่งผลให้ที่นอนหนักขึ้น เหนียวขึ้น ฟิลลิ่งของที่นอนจึงแน่นขึ้นตามไปด้วย


การเลือกความหนาแน่นของที่นอนส่วนใหญ่ลูกค้ามักจะเลือกจากความชอบของตัวเองเป็นหลัก โดยมากเด็กๆ หรือวัยรุ่น จะชอบที่นอนนุ่มๆ เด้งๆ ถ้าชอบฟิลลิ่งแบบนี้ก็ต้องเลือกที่นอนที่มีค่า Density ระหว่าง 85-95 kg/m3 แต่ผู้สูงอายุมักจะเลือกที่นอนที่มีความแน่นสูง เพราะนอนแล้วจะไม่ค่อยยุบตัวและสะดวกเวลาลุกนั่งมากกว่าที่นอนนุ่มๆ ซึ่งความหนาแน่นที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 95-110 kg/m3 ส่วนน้ำหนักตัวก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องคำนึง หากท่านเป็นผู้ที่มีน้ำหนักปกติหรือท้วม ท่านสามารถเลือกที่นอนยางพาราที่มีค่า Density ต่ำได้ แต่หากท่านเป็นผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากๆ เช่นเกิน 100 กิโลกรัม ควรเลือกที่นอนที่มีความหนาแน่นสูง จึงจะเหมาะสมกับรูปร่างและช่วย Support สรีระได้ดีกว่า


สำหรับเรื่อง “กลิ่น” นั้น ว่ากันว่าเวลาซื้อที่นอนยางพารามาใหม่ๆ มักจะได้กลิ่นอ่อนๆ จากยางพาราซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ โดยกลิ่นจะค่อยๆ จางหายไปเองเมื่อใช้ไปสักพัก แนะนำให้วางที่นอนหรือหมอนยางพาราในจุดที่อากาศถ่ายเทสะดวก เปิดห้องให้มีการระบายอากาศ ประมาณ 2 สัปดาห์กลิ่นก็จะค่อยๆจางหายไป ที่สำคัญห้ามนำที่นอนยางพาราไปตากแดดโดยตรง จะทำให้มีกลิ่นแรงขึ้นและทำให้เนื้อยางพาราเสียหายจากความร้อนได้


ควรเลือกซื้อที่นอนยางพาราที่มีปลอกที่นอนแบบติดซิป เพื่อที่ว่าสามารถเปิดออกมาเช็คได้ว่าที่นอนในนั้นใช่ที่นอนยางพาราหรือไม่ อีกทั้งผ้าหุ้มที่นอนก็ไม่ควรหนาจนเกินไปเพราะผ้าหุ้มที่หนามักจะซ้อนด้วยฟองน้ำ ซึ่งจะทำให้ไม่ได้สัมผัสของผิวยางพาราในขณะนอน

กล่าวโดยสรุปก็คือ ในการเลือกซื้อที่นอนยางพารานั้น นอกจากจะต้องตรวจสอบให้ดีว่าเป็นยางพาราแท้ 100% แล้ว ยังต้องคำนึงค่าความหนาแน่น หรือ Density ของที่นอนอีกด้วย สำหรับความหนาก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องคำนึงถึง เพราะมีผลต่อฟิลลิ่งของที่นอนเช่นกัน โดยความหนาของที่นอนที่เหมาะสมมักจะอยู่ที่ประมาณ 6-8 นิ้ว เพราะยางจะมีความยืดหยุ่นกำลังดีและยังง่ายต่อการหาผ้าปูที่นอนขนาดมาตรฐานอีกด้วย

4,884 views0 comments