16  Soi Bang Na 4, Bang Na Trad road, Khet Bang Na, Bangkok, Thailand 10260

  • FULL COLOR ICON (2)_3x
  • Facebook Social Icon

รู้หรือไม่ การเลือกที่นอนยางพาราให้ดูที่ค่า Density



ปัจจุบันที่นอนยางพาราเป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าเป็นที่นอนที่ดีที่สุด ที่ตอบโจทย์ในการบรรเทาอาการปวดหลัง ที่นอนยางพาราแท้จะมีความยืดหยุ่นสูงแต่ก็มีความคงทน มีอายุการใช้งานยาวนานนับ 10 ปี โดยไม่ต้องกังวลกับการพลิกที่นอนบ่อยๆ แต่ก็มีคนจำนวนไม่น้อย ที่ยังไม่ทราบว่า การเลือกที่นอนยางพาราให้เหมาะสมกับตัวเองนั้น จะต้องคำนึงถึงค่าความหนาแน่นของที่นอน หรือ ที่เรียกกันว่าค่า Density เป็นหลัก


ค่า Density คืออะไร?


ค่าความหนาแน่น หรือ Density คำนวณจากการนำที่นอนไปชั่งน้ำหนักและนำมาหารด้วยปริมาตรของที่นอน จะได้หน่วยเป็น กิโลกรัมต่อลูกบาศก์เมตร โดยค่า Density ของที่นอนยางพาราโดยทั่วไปจะนิยมผลิตกันที่ 75 – 110 kg/m3 ที่นอนยางพาราที่มีค่า Density ต่ำ จะมีน้ำหนักเบากว่า นุ่มกว่า ส่วนที่นอนที่มีค่า Density สูงๆ จะมีน้ำหนักมาก เนื่องจากใส่น้ำยางพาราที่เป็นวัตถุดิบตั้งต้นมากกว่า ส่งผลให้ที่นอนหนักขึ้น เหนียวขึ้น ฟิลลิ่งของที่นอนจึงแน่นขึ้นตามไปด้วย


แล้วเราเหมาะกับ Density แบบไหน?


การเลือกความหนาแน่นของที่นอนส่วนใหญ่ลูกค้ามักจะเลือกจากความชอบของตัวเองเป็นหลัก โดยมากเด็กๆ หรือวัยรุ่น จะชอบที่นอนนุ่มๆ เด้งๆ อันนี้ก็ต้องเลือกที่นอนที่มีค่า Density ประมาณ 90-95 kg/m3 แต่ผู้สูงอายุมักจะเลือกที่นอนที่มีความแน่นสูงๆ เพราะนอนแล้วจะไม่ค่อยยุบตัวและสะดวกเวลาลุกนั่งมากกว่าที่นอนนุ่มๆ ซึ่งความหนาแน่นที่เหมาะสมจะอยู่ที่ 100-110 kg/m3 ส่วนน้ำหนักตัวก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ต้องคำนึง หากท่านเป็นผู้ที่มีน้ำหนักปกติหรือท้วม ท่านสามารถเลือกที่นอนยางพาราที่มีค่า Density ไม่เกิน 95 kg/m3 ได้ แต่หากท่านเป็นผู้ที่มีน้ำหนักตัวมากๆ ค่า Density 110 kg/m3 จะเหมาะสมกับรูปร่างและช่วย Support สรีระได้ดีกว่า


กล่าวโดยสรุปก็คือ ในการเลือกซื้อที่นอนยางพารานั้น นอกจากจะต้องตรวจสอบให้ดีว่าเป็นยางพาราแท้ 100% แล้ว ยังต้องคำนึงถึงความนุ่มความแน่นของที่นอนอีกด้วย เพราะหากเลือกความหนาแน่นของที่นอนไม่เหมาะสมก็อาจส่งผลให้นอนไม่สบายตัวได้เช่นกัน

248 views